โรงเรียนไทยรัฐวิทยา๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน)

888 หมู่ 3 บ้านทุ่งกระถิน ตำบล ด่านทันตะโก อำเภอ จอมบึง จังหวัด ราชบุรี 70150

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 265 022

เฝ้าหลุมศพเศรษฐี 

เฝ้าหลุมศพเศรษฐี

เฝ้าหลุมศพเศรษฐี ตอนที่ 2 หลังจากที่ชาวนาได้เฝ้าหลุมศพเศรษฐีไปคืนแรกและคืนที่สองนี้ทุกอย่างก็ผ่านไปโดยราบรื่นไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนมาถึงคืนที่สามชาวนาก็นึกหวาดหวั่นกว่าสองคืนแรกเป็นอย่างมาก เพราะเคยได้ยินมาว่าวิญญาณคนตายจะกลับมาในคืนนี้ ในขณะที่พยายามข่มความกลัวอยู่นั้นก็ปรากฏเงาตะคุ่มๆ ที่ริมศาลาทำให้ชาวนาสะดุ้งกลัวตกใจสั่นแต่ก็พยายามเอ่ยตะโกนถามออกไปและหวังว่าเงานั้นจะเป็นคนไม่ใช่อย่างอื่น “นั่นใครมาทำอะไรอยู่ตรงนั้น” แม้จะข่มความกลัวได้แต่ว่าเสียงของเขาก็ยังสั่น “ไม่ต้องกลัวดอก ข้าเป็นคนไม่ใช่ผี” เสียงจากเงานั้นพูดตอบก่อนที่จะเดินมาหาชาวนา

เมื่อแสงจากดวงตะเกียงส่องให้เห็นใบหน้าชายเจ้าของเสียงอย่างชัดๆ ชาวนาก็สะดุ้งตกใจเพราะที่ใบหน้าของเขามีบาดแผลน่ากลัวปรากฏอยู่ “ท่านตกใจกลัวใบหน้าของข้าหรือ ข้าไม่ใช่ผีดอก ข้าก็เป็นคนเหมือนท่านนี่แหละ” ชายที่มีบาดแผลบนใบหน้าเอ่ยขึ้น “แล้วทำไมหน้าตาของท่านถึงเป็นอย่างนี้” “ข้าเป็นทหารที่ปลดประจำการแล้ว เพราะข้าบาดเจ็บจากการสู้รบจนไม่สามารถออกไปรบได้อีก ข้าเลยออกเดินทางเร่ร่อนไปเรื่อย คืนนี้ผ่านมาทางนี้ก็เห็นไฟสว่างวับแวมอยู่เลยคิดจะมาหาเพื่อนคุยและอาศัยศาลานี้หลับนอนชั่วคราวสักหน่อย” “อ๋อเป็นอย่างนี้นี่เอง

ถ้าท่านยังไม่ง่วงก็มานั่งคุยกับข้าก่อนก็ได้ดีเหมือนกันคืนนี้ข้าจะได้มีเพื่อนคุย” ชาวนาเอ่ยกับเขาทหารเก่าเลยเดินมานั่งลงตรงที่ไม่ห่างจากชาวนานัก “แล้วทำไมท่านถึงได้มานั่งข้างหลุมศพค่ำๆ มืดๆ คนเดียวอย่างนี้เล่า” “อ๋อ นี่เป็นคำขอของคนตายที่เขามีพระคุณต่อข้ามากข้าเลยต้องมานั่งเฝ้าศพเขาให้ครบสามคืน” ชาวนาตอบออกไปจากนั้นทั้งสองก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเวลาผ่านไปจู่ๆ ลมก็สงบนิ่งเสียงนกกลางคืนก็เงียบไปบรรยากาศตอนนี้ดูน่าอึดอัดอย่างหน้าประหลาดแล้วก็มีเสียงร้องกรีดแหลมดังยาวจนปวดหูชาวนายกมือขึ้นปิดหูทันทีแต่ทหารเก่านั้นมีความกล้าหาญเขาไม่หวาดกลัวต่อเสียงร้องนั่นเลยจึงได้คอยมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้แล้วก็ปรากฏร่างของปีศาจตนหนึ่งต่อหน้าของพวกเขาทั้งสองชาวนากลัวมากจนตัวสั่น

ในขณะที่ทหารไม่กลัวเพราะเขาเคยผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวปีศาจตนนี้เลยสักนิด “เข้าไปเดี๋ยวนี้นะเจ้าทั้งสอง ข้าจะมาเอาวิญญาณของเจ้าเศรษฐีคนนี้ไปเป็นบริวารของข้า” ปีศาจตวาดเสียงดังลั่น “เจ้าไม่ใช่หัวหน้าไม่ใช่นายของข้าเจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า” ทหารตอบกลับไปแบบไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด “หน็อยแน่เจ้าคนปากกล้าเจ้าไม่กลัวข้าเลยหรือ” “ไม่กลัว ความกลัวหน้าตาเป็นอย่างไรข้าไม่เคยเห็นข้ากับเพื่อนจะอยู่ตรงนี้และข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าเจ้ากล้ามาขับไล่เจ้าได้เจอดีแน่” ทหารเก่าคนนี้มีความกล้าบ้าบิ่นเป็นอย่างมาก

เมื่อปีศาจเห็นอย่างนั้นเลยคิดจะเอาเงินทองมาหลอกล่อเขาเพราะคิดว่าถ้าหากใช้เงินทองล่อหลอกน่าจะทำให้ทั้งสองยอมจากไปมากกว่าใช้กำลังขับไล่ “ข้ามีเงินทองมากมาย มาให้เจ้าทั้งสองคนแลกกับเจ้าละทิ้งหลุมศพนี้ไปเสียพวกเจ้าจะยอมรับไหม” ปีศาจยื่นข้อเสนอ ชาวนายังคงกลัวอยู่จึงไม่ได้พูดอะไรส่วนทหารก็รีบพยักหน้ารับทันที “ก็ได้ๆ แต่ต้องเป็นเงินทองที่มากพอเท่าที่ข้าทั้งสองคนต้องการนะ ถ้าอย่างนั้นพวกข้าจะไม่ยอมละทิ้งหลุมศพนี้ไปแน่ๆ ”ทหารเก่าบอกแบบนั้น “เจ้าต้องการมากเท่าไหร่กันถึงจะบอกได้ว่าพอ” ปีศาจเอ่ยถาม “ข้าไม่โลภมากดอกขอแค่ใส่รองเท้าบูตของข้าหมดก็พอแล้ว” ทหารเก่าเอ่ย

เจ้าปีศาจจึงลอยหายวับไปในอากาศเมื่อปีสายจากไปแล้วทหารก็รีบถอดรองเท้าออกมาและตัดพื้นรองเท้าจนเป็นรูจากนั้นเขาก็สั่งชาวนาให้ขุดดินจนเป็นโพรงทำช่องให้เสมอกับพื้นผิวดินแล้วเขาก็วางรองเท้าเอาไว้ให้รูของรองเท้าตรงกับช่องเหนือโพรงดินนั้นไม่นานนักเจ้าปีศาจก็กลับมาพร้อมกับถุงทองในมือ “ข้าเอาทองมาแล้ว” “งั้นเจ้าก็เทมาใส่รองเท้าข้าสิ” ทหารเก่าสั่งปีศาจจึงได้ทำตามเขาก็เทเหรียญทองไปจนหมดถุงทองก็ไม่ยอมเต็มรองเท้าสักที “เหรียญทองที่เจ้าเตรียมมาเจ้ามีน้อยจริงๆ รองเท้าข้ายังไม่เต็มเลยเจ้ามันเป็นปีศาจที่ไม่ได้เรื่องแค่หาเหรียญทองมาให้เต็มรองเท้าก็ทำไม่ได้” ทหารเก่าพูดเย้ยหยันเจ้าปีศาจ

เจ้าปีศาจยอมไม่ได้จึงรีบลอยหายไปอีกครั้งคราวนี้มันกลับมาพร้อมกับกระสอบใส่ข้าวเปลือกซึ่งบรรจุเหรียญทองมาจนเต็มแล้วก็เริ่มเทอีกแต่เหรียญทองก็ยังไม่เต็มรองเท้ามีเพียงเหรียญสองเหรียญเท่านั้นที่อยู่ก้นรองเท้า “รองเท้าข้ายังไม่เต็มเลยเจ้าจงไปหาเหรียญทองมาเพิ่มอีกเดี๋ยวนี้” เจ้าปีศาจยอมจากไปแม้จะไม่ยินดีเท่าไหร่นักคราวนี้มันใช้เวลานานกว่าเดิมหลายเท่าแล้วมันก็กลับมาพร้อมกับเหรียญทองสองกระสอบใหญ่มันจัดการเทใส่ลงไปอีกแต่รองเท้าก็ยังไม่เต็มสักทีสุดท้ายเจ้าปีศาจเกิดโมโหเลยร้องตวาดเสียงดัง “เจ้าพวกประหลาดทำไมเจ้าถึงได้มีรองเท้าประหลาดเช่นนี้ ใส่อะไรเข้าไปก็ไม่ยอมเต็ม” “เจ้ารู้แล้วสินะว่าพวกข้าไม่ใช่คนธรรมดา

แต่เป็นคนประหลาดที่มีเท้าใหญ่โตแล้วเจ้ายังคิดที่จะกล้ามาสู้กับข้าอีกหรือ” ทหารเก่าได้ทีก็รีบข่มขู่เจ้าปีศาจทันที “แต่ข้าหาทองมาให้เจ้าแล้วตามสัญญาเจ้าก็ควรไปจากที่นี่แล้วทิ้งหลุมศพนี้เอาไว้ข้าจะได้พาตัวเศรษฐีไปกับข้า “ไม่มีทางดอกเจ้าปีศาจเจ้าไม่มีทางพาเขาไปได้ เพราะเจ้าทำตามสัญญาได้ไม่ครบดังนั้นเจ้านั่นแหละต้องไปเสียไม่อย่างนั้นข้าจะเล่นงานเจ้าเสียให้หนัก” ทหารเก่าข่มขวัญปีศาจมากขึ้นไปอีก “เร็วสิเจ้าปีศาจ เจ้าไม่ได้ยินที่เพื่อนข้าพูดรึ” ชาวนาที่หายจาก อาการหวาดกลัว แล้วรีบเอ่ยสมทบมาอีกคนเจ้าปีศาจผู้โง่เขลาได้ฟังดังนั้นก็นึกหวาดหวั่นเพราะไม่รู้ว่าชายที่อยู่ข้างหน้าเขาทั้งสองคนนี้มีเวทมนตร์อะไรอีกหรือไม่

อีกทั้งชายที่ยืนอยู่ข้างหน้ายังไม่มีความหวาดกลัวต่อเขาเลยสักนิดทั้งยังเสียงดังใส่เขาไม่ยอมหยุดทำให้มันจำใจต้องยอมแพ้ล้มเลิกความคิดที่จะเอาร่างไร้วิญญาณของเศรษฐีไปกับมันและที่สำคัญพระอาทิตย์กำลังขึ้นอยู่ที่ริมขอบฟ้าขืนมันชักช้าไม่ยอมจากไปมันอาจจะตายจากแสงของพระอาทิตย์ก็ได้สุดท้ายมันจึงยอมหายตัวไปโดยที่ไม่มีโอกาสเอาร่างของเศรษฐีไปกับมันด้วยเพราะเวลาของมันหมดลงแล้วที่หากเกินสามวันมันจะไม่สามารถเอาร่างของคนตายไปได้

เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าสว่างไปทั่วบริเวณชาวนาก็ได้เอ่ยของคุณทหารเก่าที่ทำให้เขารอดพ้นจากคืนนี้มาได้ “หากไม่ได้ท่านข้าคงทำตามคำสั่งของเศรษฐีไม่สำเร็จอย่างแน่” ชาวนารู้แล้วว่าเพราะอะไรเศรษฐีถึงให้เขามาเฝ้าหลุมศพเป็นเพราะเศรษฐีไม่อยากให้ปีศาจมาเอาร่างของตนไปนั่นเอง “ไม่เป็นไรดอกถือว่าช่วยๆ กัน อ้อข้าว่าตอนนี้เรามาขุดโพรงกันดีกว่าป่านนี้เหรียญมันอาจจะเต็มโพรงแล้วก็ได้นะ” ทหารเก่าเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มก่อนที่จะเอารองเท้ามาใส่เหมือนเดิมแล้วหาไม้มาขุดโพรงก็ปรากฏว่ามีเหรียญทองเต็มไปหมด “ข้าขอแบ่งเหรียญทองสักนิดหน่อยจะได้ไหม” ชาวนาเอ่ยอย่างเกรงใจเพราะเมื่อคืนเขามีแต่ความหวาดกลัวไม่ได้ช่วยอะไรทหารเก่าเท่าไหร่นัก “จะขอนิดหน่อยทำไมเล่า ข้าขอเสนอแบ่งออกเป็นสองส่วนจะดีกว่าส่วนหนึ่งท่านก็เก็บไว้

ส่วนอีกส่วนท่านก็เอาไปแจกจ่ายคนยากคนจน” “แล้วท่านจะไม่เก็บเหรียญทองไว้บ้างหรือ” ชาวนาเอ่ยถามด้วยความงง เพราะไม่คิดว่าทหารเก่าจะไม่เก็บเหรียญทองเอาไว้เลยสักเหรียญ “ตัวข้าก็แค่ปากเดียวท้องเดียวอยู่ไปวันๆ จะต้องไปสะสมเงินทองไว้ทำไมเล่าท่านมีครอบครัวท่านจำเป็นต้องใช้ท่านเอาไปเถิด” เมื่อเห็นว่ายังไงทหารเก่าก็ไม่ยอมรับส่วนแบ่งชาวนาจึงเอ่ยปากยื่นข้อเสนอ “เอาอย่างนี้ถ้าท่านไม่ยอมรับส่วนแบ่งท่านก็จงไปอยู่อาศัยที่บ้านของข้าด้วยเถิดข้าจะเลี้ยงดูท่านเองท่านจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนไปที่ใดอีกอย่าปฏิเสธข้อเสนอของข้าเลยนะ “ก็ได้ข้าตกลง” ทหารรับปากแล้วก็พากับเดินกลับไปที่บ้านของชาวนาโดยที่ต่างคนก็แบกทองเอาไว้บนบ่าคนละกระสอบหลังจากนั้นชาวนาก็กลายเป็นเศรษฐีเขาซื้อที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกและยังบริจาคเงินทองให้แก่คนยากไร้อยู่เสมอ ส่วนทหารเก่าก็อาศัยอยู่กับชาวนานั่นเองโดยที่คอยช่วยเหลืองานของชาวนาทุกๆ อย่าง