โรงเรียนไทยรัฐวิทยา๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน)

888 หมู่ 3 บ้านทุ่งกระถิน ตำบล ด่านทันตะโก อำเภอ จอมบึง จังหวัด ราชบุรี 70150

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 265 022

เว็บบอร์ด ที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนบทสนทนา การพูดคุย การอภิปรายในสังคมออนไลน์ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา104

Please or Register to create posts and topics.

ความเป็นมาของเอกภพ

ความเป็นมาของเอกภพ

หนึ่งศตวรรษที่แล้วนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเอกภพทั้งสิ้นเพียงกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราเท่านั้นอย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 20 มีความก้าวหน้าอย่างมากด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์และเทคโนโลยีซึ่งเผยให้เห็นว่าเอกภพของเรากว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้การค้นพบบางอย่างที่ทำให้เราสำนึกว่าเราแทบไม่รู้อะไรเลยตัวอย่างเช่นเมื่อไม่กี่ปีมานี้นักดาราศาสตร์ขึ้นมาตระหนักว่าพวกเขายังไม่รู้ว่ากว่า 90% ของเอกภพประกอบด้วยอะไรบ้าง

ยิ่งไปกว่านั้นการค้นพบช่างทำให้พวกเขาต้องลงความเห็นดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์เกิดความสงสัยพวกเขาเข้าใจกฎพื้นฐานทางฟิสิกส์จริงๆ แล้วหรือไม่แน่นอนเขาว่าคำถามดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่เพื่อเป็นตัวอย่างเมื่อถึงตอนปลายศตวรรษที่ 19 นักฟิสิกส์ที่ค้นพบบางอย่างที่แปลกนะเรื่องความเร็วแสงเดินทางด้วยความเร็วเท่ากันเสมอในมุมมองของผู้สังเกตการณ์นี้ว่าเขาจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วเท่าไหร่แต่นั้นดูเหมือนขัดกับสามัญสำนึกสถานที่ถูกใช้ในปี 1951 ที่ดีสัมพัทธภาพพิเศษของอัลเบิร์ตไอน์สไตน์

ซึ่งแสดงว่าระยะทางความยาวเวลาและหมวดไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์และในปี 1973 จากรายได้ให้ความคิดใหม่ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นความคิดที่ทำให้ผมเป็นสุขที่สุดในชีวิตเขาเริ่มพัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปซึ่งพิมพ์เผยแพร่ในปี 1946 ในผลงานที่เป็นการปฏิวัตินี้เชื่อมโยงความโน้มถ่วงอวกาศและเวลาเข้าด้วยกันจะได้กลับรู้วิชาฟิสิกส์ของไอนิวตันอาศัยหลักฐานที่มีในสมัยนั้นเชื่อว่าเอกภพคงที่คือไม่ได้ขยายตัวหรือหดตัวอย่างไรก็ตามในปี 1929 นักวิทยาศาสตร์อเมริกันชื่อ edwin hubble จะให้หลักฐานที่แสดงว่าเอกภพกำลังขยายตัวอย่างได้ไขปริศนาที่มีมานานแล้ว

เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับวัตถุเรืองแสงที่คุณมัวในท้องฟ้ายามค่ำคืนจึงถูกเรียกว่าในราษฎร์เพราะมันดูเหมือนกลุ่มก๊าซแต่ละเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในใจที่ของเราก็อยู่นอก Galaxy ภาษาอังกฤษชื่อเสวยเชลล์เคยแนะนำไว้เมื่อ 100 ปีก่อนหน้านั้นหรือไม่ตอนแรกที่ Cover กลับประมาณระยะห่างของหนึ่งในวัตถุเหล่านั้นซึ่งก็คือในล่าใหญ่ในกลุ่มดาวแอนโดเมด้าลงความเห็นว่าแท้จริงแล้วในเวลานั้นเป็นกาแล็กซีซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 ล้านปีแสงมันทำให้นิวล่ะนี้อยู่นอกทางช้างเผือกไปไกลมากช้างเผือกนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 100 ปีแสง

ขณะที่ Cover วัดระยะห่างของอย่างอื่นๆ เขาก็ค้นพบว่าเอกภพกว้างใหญ่ไพศาลและทำให้เกิดการปฏิวัติวงการดาราศาสตร์และจักรวาลวิทยาไม่นานหลังจากนั้นก็สังเกตว่าเอกภพกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาเห็นว่ากาแล็กซีที่อยู่ไกลๆ กำลังเคลื่อนตัวถอยห่างออกไปเขายังสังเกตดูว่ายิ่ง Galaxy อยู่ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งถอยห่างออกไปเร็วขึ้นเท่านั้นการที่เขาสังเกตเห็นเช่นนั้นก็แสดงว่าเอกภพในอดีตมีขนาดเล็กกว่าในปัจจุบันพิมพ์เผยแพร่ผลงานที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างไกลในปี 1929

เขาปูทางไว้สำหรับทฤษฎีที่ว่าเอกภพเริ่มต้นด้วยการระเบิดใหญ่หรือพริกแบบซึ่งบ่งชี้ว่าเอกภพถือกำเนิดขึ้นโดยการระเบิดครั้งใหญ่ประมาณ 1,000 ล้านปีที่แล้วกับความเข้าใจทั้งหมดนี้ยังไม่กระจ่างตั้งแต่สมัยของ Cover เป็นต้นมานักวิทยาศาสตร์พยายามจะวัดอัตราการขยายตัวนี้ให้แม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็เขาเรียกอัตรานี้ว่าค่าของตัว Cover เหตุใดอัตราการขยายตัวนี้จึงสำคัญมากถ้านักวิทยาศาสตร์คำนวณได้ว่าเอกภพขยายตัวเร็วเท่าไหร่พวกเขาก็สามารถคำนวณอายุของเอกภพได้นั่นเอง

และยิ่งไปกว่านั้นอัตราการขยายตัวอาจมีความหมายมากสำหรับอนาคตเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรยกตัวอย่างเช่นมีการหาเหตุผลว่าเอกภพขยายตัวช้าเกินไปในที่สุดความโน้มถ่วงอาจมีกำลังมากกว่าจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในเอกภพยุคตัวรวมเข้าด้วยกันแต่ถ้าการขยายตัวเร็วเกินไปให้คบอาจจะขยายตัวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด กระจัดกระจายหายสาบสูญไปวัดอย่างแม่นยำด้วยไขปริศนาบางอย่างแต่ก็มีคำถามบางอย่างเกิดขึ้นซึ่งเป็นคำถามที่ทำให้เราเกิดความสงสัยเกี่ยวกับความเข้าใจในปัจจุบันเรื่องสสารและแบ่งพื้นฐานของธรรมชาติ

ในปี 1998 นักวิจัยซึ่งกำลังวิเคราะห์แสงจากซูเปอร์โนวาหรือจากระเบิดชนิดพิเศษชนิดหนึ่งพบหลักฐานที่ว่าแท้จริงแล้วเอกภพกำลังขยายตัวในอัตราที่เร็วขึ้นที่แรกนักวิทยาศาสตร์รู้สึกสงสัยแต่ไม่นานหลักฐานก็มีเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องการจะรู้ว่าพลังงานรูปแบบใดที่ทำให้อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นๆ ทีแรกพลังงานนี้ดูเหมือนต้านกับความโน้มถ่วงและอีกอย่างหนึ่งพลังงานนี้ไม่มีทฤษฎีใดในปัจจุบันรองรับเหมาะสม

แล้วที่พลังงานลึกลับนี้ถูกตั้งชื่อว่าพลังงานมืดแล้วมันอาจจะมีอยู่เกือบ 75% ของเอกภพอย่างไรก็ตามพลังงานมืดไม่ได้เป็นสิ่งลึกลับหลังอย่างเดียวที่เพิ่งมีการค้นพบเมื่อไม่นานมานี้อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับการยืนยันช่วงทศวรรษ 1980 ตรวจสอบ Galaxy S4 Galaxy เหล่านี้รวมทั้งGalaxy ของเราด้วยเหมือนกำลังหมุนเร็วเกินกว่าที่จะยกตัวเองไว้ด้วยกันได้อย่างนั้นเห็นได้ชัดว่าต้องมีสารบางอย่างที่ทำให้ Galaxy เหล่านี้มีแรงโน้มถ่วงที่สมเป็นผู้หญิงถือไว้จะเป็นสารชนิดใดดึงจากนักวิทยาศาสตร์ไม่รู้พวกเขาถึงเรียกมันว่าสสารมืด เนื่องจากพวกมันไม่ดูดซับปล่อยหรือสะท้อนรังสีในระดับที่จะตรวจจับได้

มีสสารมืดอยู่มากเท่าไหร่ในเอกภพการคำนวณบ่งชี้ว่าสสารมืดอาจมีถึง 22 เปอร์เซ็นต์ของหมวดทั้งหมดในเอกภพหรือมากกว่านั้นจะได้ซ้ำข้อพิจารณาตามประมาณการในปัจจุบันสถานธรรมดามีอยู่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์เอกภพดูเหมือนจะเป็นสิ่งลึกลับ 2 อย่างที่มีมวลมหาศาลคือสสารมืดและพลังงานมืดเหตุนี้ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของเอกภพยังคงเป็นเรื่องลึกลับอย่างยิ่งดาราศาสตร์คือการศึกษาวัตถุและสสารนอกโลกจักรวาลวิทยาซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของดาราศาสตร์คือการศึกษาโครงสร้างและพัฒนาการของเอกภพรวมทั้งแหล่งต่างๆ

ซึ่งควบคุมเอกภพหรือจักรวาลวิทยาพยายามที่จะอธิบายว่าเอกภพก่อตัวขึ้นอย่างไรและตั้งแต่นั้นมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรและเอกภพจะเป็นอย่างไรในอนาคตดาวระเบิดถูกเรียกว่าซูเปอร์โนวาชนิดหนึ่งมันอาจจะส่องสว่างเท่ากับดวงอาทิตย์ 1 ล้านดวงในเวลาสั้นๆ ตั้งแต่เวลาใช้ซูเปอร์โนวาชนิดนี้เป็นมาตรฐานในการวัดมีการตั้งทฤษฎีเรื่องสสารมืดในช่วงทศวรรษ 1930 และมีการพิสูจน์ยืนยันเรื่องนี้ในทศวรรษ 1980 ปัจจุบันนี้นักดาราศาสตร์วัดว่ากระจุกกาแล็กซีหนึ่งมีสสารมืดเท่าไหร่โดยการสังเกตว่ากระจกนั้นหักเหแสงมากขนาดไหนจากวัตถุที่อยู่ห่างไกลกว่านั้นปี 2009 การกำหนดให้เป็นปีดาราศาสตร์

 

โรงเรียนไทยรัฐวิทยา