โรงเรียนไทยรัฐวิทยา๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน)

888 หมู่ 3 บ้านทุ่งกระถิน ตำบล ด่านทันตะโก อำเภอ จอมบึง จังหวัด ราชบุรี 70150

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 265 022

Life is just not fair เป็น MS…หรือ ไม่เป็น

Life is just not fair

Life is just not fair เป็น MS…หรือ ไม่เป็น ใช่เเล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่เราหลงทางสุดๆเลย เราเริ่มคิดว่า เราเกิดมาทำไม เพื่อทุกข์ทรมานเช่นนี้ พระเจ้าเกลียดเรา หรือเรารักท่านไม่พอ (ความจริงชาวคาทอลิกจะคิดว่าพระเจ้าท่านรักและเมตตามนุษย์ที่สุด ขนาดที่ท่านลูกคนเดียวของท่านคือพระเยซูมาไถ่บาปมนุษย์ทั้งหมด)

   อ่อเรายังค้าง?สุดท้ายว่าเราเป็นMSหรือไม่ และแล้วก็ถึงวันที่เราไม่อยากให้ถึง วันที่คุณหมอนัดเรามาฟังผล คุณหมอคาดไว้ว่า 2 อย่างคือ ไม่MS ก็ปลายประสาทอักเสบ หรือ Peripheral Neuropathy เป็นภาวะที่เราพูดง่ายคือ เทียบกับรีโมทที่หมดกดเปลี่ยนช่องไม่ได้ โรคนั้นขอให้คุณเปรียบขอให้คุณเปรียบเส้นประสาทกับรีโมทนะคะซึ่งโรคนี้จะมียารักษา และหายได้100% 

   เรารู้สึกยังกะเดินเข้าสู่แดนประหาร ก่อนนานนี้อาเราก็ช่วยหาว่ามีบริษัทยาใดเขาอยากได้ตัวทดลองยา MS หรือไม่ เพราะตอนที่เราโดนวินิจฉัยนั้นเขากำลังเปลี่ยนยากินเป็นยาฉีดอยู่ แต่ขอโทษค่ะที่เราพูดถึงคือเทรนด์ทั่วโลกนะคะ ซึ่งมีชาวตะวันออกเป็นซะ95% คุณคิดว่าจะตกมาถึงไทยกี่เปอร์เซนต์

   คุณหมอยังเคยบอกเลยว่าเมืองไทยเจอคนที่เป็นไม่ถึง 1% สรุปคือไม่มีบริษัทใดทดลองตัวยา MS เพราะทำไปก็ไม่ได้กำไร คนไทยเป็นน้อยมาก (คิดแล้วก็น่าสงสารเนาะเมื่อคำว่าเงินและผลกำไรมาก่อนคำว่า”ชีวิต”) เรานั่งต่อหน้าคุณหมอด้วยสีหน้าเศร้าหมอง อาการซึมเศร้าของเราก็ยังไม่หายดี (ตอนนี้ก็ยังยอมรับว่าเป็นเวลาเกิดอะไรที่จิตตกมาก โรคนี้มันไม่เคย..ไม่เคยหายไปเลย คนดังที่เป็นเขาเปรียบมันว่าคือหมาดำ หมาดำที่ดูดความสุขออกจากชีวิต) 

   คุณหมออ่านผลคำวินิจฉัยแล้วพูดกับเราว่าสรุปว่า”อาจจะเป็น”นะ (เราคิดไปแล้วว่า”เป็น”)แต่!คุณอย่าเพิ่งลบ?ค่ะ เพราะ เราคิดไปเองแล้วว่า”เป็น”ทั้งที่หมอบอกว่า”อาจจเป็น” ทางศิริราชบอกว่าเรา”อาจจะเป็น” เพราะเขาเจอซากเซลล์ปลอกประสาทเราแค่นั้น เพราะMS เป็นโรคที่เกี่ยวกับเซลล์ปลอกประสาทอักเสบ ทางศิริราชเลยคิดว่าเราน่าจะเป็น (คำว่าเป็นกับน่าจะเป็นมันต่างกันนะคะ เรานี่ขี้ตีโพยตีพายเหมือนเจาะไขสันหลังเลย) พอเราได้ยินคุณหมอบอกว่า “อาจจะเป็น” ใจเราแทบจะดับวูบหยุดเต้นไป 

   เราคิดว่าถ้าคุณหมอวางมีดไว้ตรงนั้น เราคงเอาปาดคอไปแล้ว เราร้องให้เสียงดังมากๆ (เราเรียนภาคภาษาอังกฤษ แต่ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร ก็แค่ตัดสินใจเรียนจะได้ตัดปัญหาเรื่องเกรด กับ O net A net ที่มีปัญหา–ยุ่งยากมากค่ะ–ขอบอก และพ่อเราก็อยากให้ศึกษาภาษาที่เราได้มาจากการแลกเปลี่ยนให้แตกฉาน เราไม่เคยอยู่ในวงล้อมของคนที่ฐานะทางบ้านดี ได้ไปในที่ๆอยากไป ได้ทำๆในสิ่งที่อยากทำ เราอิจฉา พูดตรงๆ คิดว่าเรียนจบแล้วจะมีเงินได้ทำสิ่งที่ต้องการ แต่…) คุณหมอรีบวิ่งมาปลอบใจ เราถามคุณหมอว่าเราจะต้องทำยังไงต่อไป ไม่ฉีดยาได้มั้ย เพราะฉีดยายังไงก็พิการอยู่ดี (มันไม่รักษาแค่ช่วยชะลอจำได้ไหมคะ)  ตอนนั้นเสตียรอยด์ก็ทำพิษเรามากแล้ว

   เราอ้วนขึ้นมากๆ (น้ำหนักขึ้น20โลได้มั้ง) เพราะเราหิวมาก เงินค่าขนม90%ใช้ไปกับของกิน เพราะเราทนแรง”อยากจะกิน”ไม่ไหว ร่างกายก็บวมน้ำเพราะยา จนชุดนิสิตใส่ไม่ได้เสื้อผ้าต้องซื้อใหม่หมด เหนียงที่คอก็ขึ้นมา ร่างกายฮอร์โมนก็เพี้ยนไปหมด จนเรามีหนวดขึ้นมา (แต่ไม่เยอะเท่าผู้ชาย) อารมณ์ก็แปรปรวน น้ำตาไหลเหมือนสั่งได้สมาธิก็สั้นมากๆ จนเราทนเรียนสามชั่วโมงที่ปกติที่เราเรียนได้สบายๆ ต้องหนีออกมานั่งร้องให้ข้างนอกก็ทำมาแล้ว (ตอนนั้นต้องขอบคุณอาจารย์แะเพื่อนๆหลายคนมากๆที่เข้าใจในตัวเราที่ต้องกินและรับผลข้างเคียงของเสตียรอยด์) นอนก็ไม่หลับลุกขึ้นมาจัดห้องเหมือนคนบ้า เราไม่อยากกินเสตียรอยด์แล้ว แม้แต่อีกเม็ดเดียวหรือมื้อเดียว

   น่าขำนะคะยาเดียวในโลกที่ช่วยเราได้กับทำให้เราทรมานอย่างสุดแสน เราถามคุณหมอว่ามีทางที่เราจะลดค่าใช้จ่ายเรื่องยาได้มั้ย (ไม่ขำเลยนะคะอาทิตย์หนึ่งราคายา 5 หลักปีหนึ่งคง6-7หลักได้) คุณหมอบอกว่าจะลองถามคุณหมอที่ศิริราชว่าพอมีเศษเหลือๆมั้ย เราพยายามเช็ดน้ำตา และคุณหมอก็บอกเราว่า กินเสตียรอยด์ต่อไป ห้ามหยุดเอง (เหมือนจะรู้เลยว่าเราแอบคิดจะหยุด) ทำไมถึงไม่ให้หยุด เดี๋ยวคุณจะรู้เองในตอนหลังค่ะ

คุณหมอบอกว่าเรายังไม่ต้องเริ่มฉีดยา รอให้มันโจมตีอีกครั้งก่อน ถึงจะยืนยันได้ว่าเป็นMS จริงๆ (แต่ตอนนั้นเราคิดไปแล้วว่าเป็น) แล้วคุณหมอก็ให้ยานอนหลับเราเพราะเราบอกกินเสตียรอยด์แล้วนอนไม่หลับ แล้วคุณหมอก็พูดขำว่ากินเสตียรอยด์แล้วฉลาดขึ้นนะ มันก็จริงนะเราสังเกตได้เลยว่าตอนเรียนหัวไวมาก( ทีหลังคุณช่วยพูดตามหลังด้วยนะ ว่ามีผลข้างเคียงอีกล้านแปด)     

   แล้วการหาหมออันแสนทรมานก็จบลง อ๊ะๆ แต่อย่าลืมอย่าเพิ่ง?ตัดตรง MS ออกนะคะ เพราะทางศิริราชและคุณหมอบอกแค่ว่า “อาจจะเป็น” แต่ในใจเราตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะอยู่ไปทำไม จะกลับบ้านแล้ว กรอกยาซักอย่างที่มีเลยคอยดู แต่…แต่พอถึงตอนนั้น หยิบขวดยามาแล้วนะ มั่นใจว่ากรอกแล้วตายแน่ๆ (ห้ามเลียนบบนะคะ)

แต่เราทำไม่ได้ เรายังมีความหวังความฝันที่อยากทำให้สำเร็จในอนาคต เรายังไม่อยากจบอนาคตตอนนี้ เราอยากไปญี่ปุ่น เพราะเราชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่น และฟังเพลงญี่ปุ่นเรายังไม่เคยไป ในขณะที่เพื่อนเราไปเป็นล้านครั้งแล้ว เราทรุดตัวลงแลัวร้องให้ รู้สึกสมเพชตัวเองว่าทำไมร้องให้เป็นแค่สิ่งเดียวที่ทำได้ และในขณะนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมา เพื่อนสุดรวยของเราโทรมาว่ามีแพลนจะไปญี่ปุ่นจะเอาอะไรเปล่า